Home สาระความรู้ทั่วไป การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday3369
mod_vvisit_counterYesterday4755
mod_vvisit_counterThis week21871
mod_vvisit_counterThis month100001
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)5835828

Who's Online

We have 260 guests online

Alexa

การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) PDF Print E-mail
Friday, 09 January 2009 04:17

ยุโรปสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ??

เขียนโดย Umaphan Rachataves เมื่อ พุธ, 12/31/2008 - 15:45 | แก้ไขล่าสุด พุธ, 12/31/2008 - 22:20????

การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) หมายถึงการเกิดใหม่ของการศึกษา การฟื้นฟูอุดมคติ ศิลปะและวรรณกรรมของกรีกและโรมัน เป็นยุคเริ่มต้นของการแสวงหาสิทธิเสรีภาพและความคิดอันไร้ขอบเขตของมนุษย์ ของมนุษย์ที่เคยถูกจำกัดโดยกฎเกณฑ์และข้อบังคับของคริสต์ศาสนา ยุคการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการเริ่มต้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 14 และสิ้นสุดลงในกึ่งกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 ?โดยถือว่าเป็นจุดเชื่อต่อของประวัติศาสตร์สมัยกลางและสมัยใหม่

ยุคเรเนซองส์ (Renaissance )อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 14-15 เป็นยุคฟุ้มเฟือยที่สุด หรูหราที่สุด กามรมณ์ที่สุด เป็นชื่อช่วงเวลาหรือยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาการในยุโรป หลังจากที่ได้ผ่านยุคกลางหรือยุคมืด ( Medieval Age ) ซึ่งกินระยะเวลายาวนานกว่าหนึ่งพันปี ตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึง 15 การรุ่งเรืองและล่มสลายของอาณาจักรโรมัน, การเสื่อมของโรมและการเติบโตของคอนสแตนติโนเปิล, การแผ่ขยายอำนาจของอาณาจักรออตโตมัน (มุสลิม - เติร์ก)และสงครามครูเสดระหว่างคริสต์และมุสลิมเพื่อแย่งชิงแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์, สงครามหนึ่งร้อยปีระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส, นักบุญ Joan of Arc, ความศรัทธาในศาสนาอย่างแรงกล้า, อำนาจที่มากขึ้นของฝ่ายศาสนจักร เรอเนซองส์ จึงเหมือนกับการกลับมาเกิดใหม่ของศิลปะและหรือยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในยุโรป

ชาวอิตาลีเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาศิลปะการประดิษฐ์ดอกไม้ ไฟขึ้นดอกไม้ไฟรูปแบบใหม่ ๆ ถือเป้นที่เกิดขึ้นในยุคนี้โดยมีการดัดแปลงเพิ่มโลหะกับถ่านไปในส่วนผสมที่ใช้ทำจรวดซึ่งเมื่อปล่อยขึ้นฟ้าก็จะเปล่งประกายแสง วัฒนธรรมของยุคโบราณเช่นกรีก รวมถึงทัศนะมนุษยนิยมซึ่งต่างจากในยุคกลางที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิต นั่นคือการกลับมาเน้นเรื่องของปัจเจกนิยม มนุษย์ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงสามารถแสวงหาความสุขให้กับชีวิตบนโลกนี้ได้

การมองโลกแบบนี้ทำให้เกิดเสรีภาพใหม่ในการพัฒนาตนเอง มีการพัฒนาการในเรื่องของศิลปะและสถาปัตยกรรม, วรรณคดี, ดนตรี, ปรัชญา, และวิทยาศาสตร์ มีการท้าทายอำนาจของศาสนจักรเพราะเริ่มมีทัศนะใหม่ที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกกับพระเจ้ากลับมีความสำคัญมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคริสตจักรในฐานะที่เป็นองค์กร บุคคลสำคัญในเรื่องนี้คือ มาร์ติน ลูเธอร์ และมีศิลปินมากมายเกิดขึ้นในยุคนี้ เช่น ดาวินซี ไมเคิล แองเจโล บอตติเซลลี ราฟาเอล ติเตียน เกรกโก

วัตถุประสงค์ของการสร้างผลงานจะต่างกับยุคกลางที่เน้นในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์, ความเป็นศูนย์กลางของชีวิต มาเป็นงานที่เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์และความรู้สึกของศิลปินและผู้ชมงานมากขึ้นและขยายขอบเขตออกไปอย่างกว้างขวางทั้งประติมากรรม จิตรกรรม และสถาปัตยกรรม การใช้วิธีและรูปแบบใหม่ในการวาดภาพเช่น เรื่องของ perspective, เน้นกายวิภาคที่เป็นจริงมากขึ้นและในยุคเดียวกันนี้ก็เริ่มเป็นยุคเสื่อมของอาณาจักรเขมรหลังจากพระเจ้าชัยวรมันที่เจ็ดผู้สร้างนครธมสิ้นพระชนม์ และการเติบโตขึ้นของอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยา จนในต้นศตวรรษที่ 15 อาณาจักรเขมรก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอยุธยาโดยสิ้นเชิง

 

แนวคิดสำคัญ???

มนุษย์นิยม ธรรมชาตินิยม รวมกับแนวคิดของศาสนาตริสต์

 

ศิลปินคนสำคัญ

ศิลปินยุคที่มีความสามารถหลายด้านที่มีชื่อเสียงอย่างมากได้แก่ลีโอนาโด ดาวินชีไมเคิล แองเจลโล

 

สถาปัตยกรรม

วิหารเซนต์ปิเตอร์? และวิหารเซนต์ปอล

ประติมากรรม

ที่โดดเด่น ได้แก่ ผลงานของไมเคิล แองเจลโล คือ ???? รูปสลักเดวิด?? :?? รูปชายหนุ่มเปลือยกาย??? รูปสลักลาปิเอตา?? :?? รูปพระแม่ประครองพระเยซู

จิตรกรรม

  • เริ่มมีการเขียนภาพสามมิติ ( Perspective )
  • ที่สำคัญได้แก่ ผลงานของ
  1. ไมเคิลแองเจลโล ได้แก่ ภาพ ?การตัดสินครั้งสุดท้าย? ( The last judgement )
  2. ลีโอนาโด ดาร์วินชี ได้แก่ ภาพ ?โมนาลิซา ? และ ?อาหารมื้อสุดท้าย? (The last super)
  3. ราฟาเอล ได้แก่ ภาพพระแม่ พระบุตรและจอห์น แบบติสต์ แสดงความรักต่อแม่ที่มีต่อบุตร เป็นภาพเหมือนจริงที่มีชีวิตจิตใจ

??

วรรณกรรม

  1. เน้นแนวมนุษยนิยม ใช้ภาษาท้องถิ่นแทนภาษาละติน
  2. วรรณกรรมสำคัญ ได้แก่?
  • เจ้าผู้ครองนคร ( The prince ) ของ นิโคไล มาเคียเวลลี บรรยายถึงศิลปะการปกครองของเจ้านคร
  • Utopia ของ โทมัสมอร์ กล่าวถึงเมืองในอุดมคติที่ปราศจากความเลวร้าย
  • คัมภีร์ไบเบิลใหม่ของ อีรัสมุส แห่งรอตเตอร์ดัม
  • บทละครของวิลเลี่ยม เชกสเปียร์ ได้แก่ โรมีโอและจูเลียต เวนิสวาณิช คิงเลียร์ แมคเบท ฝันคืนกลางฤดูร้อน เป็นต้น ซึ่งบทละครเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ อุปนิสัย และการตัดสินใจของมนุษย์ในภาวการณ์ต่างๆกัน? ?
สร้างโดย:?
น.ส.อุมาพันธุ์ รชตเวศน์ เลขที่ 11 ชั้นม.6/1
Last Updated on Thursday, 01 April 2010 22:28
 

Comments  

 
+1 #3 aphinan 2010-09-19 20:00
ขอขอบคุณมากนะคร ับ
Quote
 
 
+3 #2 sculpture 2010-08-20 23:40
ครับ มีข้อผิดพลาดถึง ยุดและเหตุการณ์ นะครับยุคที่ควา มเจริญก้าวหน้าด ้านศิลปะวิทยากา รต่างๆเริ่มเมื่ อปลาย คริสต์ศตวรรษที่ 12 แต่มาปรากฏสูงสุ ดเมื่อต้น คริสต์ศตวรรษที่ 15และ เรอนาซอง อยู่ในยุค คริสต์ศตวรรษที่ 14-16 ต้องบอกไว้ก่อนค ับว่าเรอนาซองเป ็นยุคงานที่แสดง ถึงความรู้ด้านก ายวิภาคและการเค ลื่อนไหวของมนุษ ย์เป็นหลัก ไม่ใช่ กามรมณ์ และ ความหรูหราฟุ่มเ ฟือย ที่สุดหรอกคับ เรอนาซองต่อมาจา กยุคกอธิคยุคเรเ นอซองแบ่งออกเป็ น3ยุค เมื่อหมดยุค ไมเคิลแองเจโร่แ ล้ว(ยุคทองยุคกล าง) ก็เข้าสู้ยุคปลา ยหรือเรียกว่าต้ นยุค บาโรค นักประวัติศาสตร ์ศิลป์เรียกยุคร ุ่งเรืองกับสมัย เริ่มบาโรคว่า แมนเนอริสม์(man nerism)ซึ่งยุคบ าโรคนี่เองซึ่งเ ป็นยุคที่ต้องแย กความแตกต่างของ งานซึ่งแสดงถึงก ายวิภาคแต่เป็นเ รื่องของท่าทางแ ละแสดงอารมณ์มาก กว่าการเคลื่อนไ หวแบบยุคเรเนอซอ งซึ่งจะเป็นงานท ี่แฟงไปด้วยแง่ค ิด และในยุคนี้เองซ ึ่งเรียกว่าศิลป ะยุคฟุ่มเฟือยแล ะงามเกินงาม บาโรค แปลว่า การประดิดประดอย อย่างวิจิตรพิสด าร มักใช้เรียกสิ่ง ที่ทำขึ้นต้องกา รให้สวยงามจนเกิ นความพอดี นั่นเอง ค.ศ.1600-1700
Quote
 
 
0 #1 เเมงปอ 2010-08-15 17:34
ส่งครูเเล้ว ครูบอกว่าดีมาก
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

กด Like ไว้ มีอะไรใหม่ เราแจ้งคุณก่อนใคร

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

สำรวจความเห็น

คุณดู GraceZone จากมุมไหนของโลก