Home สาระความรู้ทั่วไป ประเทศอิสราเอล โดยสังเขป

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday3440
mod_vvisit_counterYesterday4584
mod_vvisit_counterThis week18366
mod_vvisit_counterThis month8024
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)5707210

Who's Online

We have 177 guests online

Alexa

PDF Print E-mail
Monday, 15 December 2008 20:13

ประเทศอิสราเอล โดยสังเขป


อิสราเอลคือ ประเทศและประชาชน ประวัติศาสตร์ของชาวยิวและความเป็นมาของพวกเขาในดินแดนอิสราเอลมีมานานกว่า 3,500 ปี บนผืนแผ่นดินนี้ วัฒนธรรมเอกลักษณ์ของชาติและศาสนาได้ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ หลักฐานการดำรงอยู่ของชาวยิว มีปรากฏอยู่เป็นเวลานานนับศตวรรษ แม้เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานไปแล้วก็ตาม และเมื่อมีการตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นมาเมื่อ พ.ศ.2491 เอกราชของชาวยิวที่สูญหายไปกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ก็ได้ฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง

?

สถานที่ตั้ง
อิสราเอลเป็นประเทศในตะวันออกกลาง อยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีพรมแดนติดกับเลบานอน ซีเรีย จอร์แดนและอียิปต์ ที่ตั้งของประเทศเป็นจุดเชื่อของสามทวีป คือ ยุโรป เอเชีย และอาฟริกา

สภาพภูมิประเทศ
อิสราเอลมีรูปร่างแคบและยาว มีความยาวประมาณ 290 ไมล์ (470 กิโลเมตร) และมีส่วนกว้างที่สุดประมาณ 85 ไมล์ (135 กิโลเมตร)
แม้ว่าจะมีขนาดเล็กแต่อิสราเอลก็มีลักษณะทางภูมิประเทศหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้บนที่ราบสู และหุบเขาที่เขียวชอุ่มอันอุดมสมบูรณ์ หรือทะเลทรายบนภูเขาสูง อิสราเอลมีทั้งที่ราบชายฝั่งทะเลและหุบเขาจอร์แดน ที่มีลักษณะแบบโซนร้อน รวมทั้งทะเลสาบเดดซีซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลกด้วย ครึ่งหนึ่งของประเทศเป็นพื้นที่แห้งแล้ง

ภูมิอากาศ
อิสราเอลมีแสงแดดตลอดปี ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงมีนาคม มีปริมาณน้ำฝนประมาณ 20-50 นิ้ว (50-125 เซนติเมตร) ทางตอนเหนือและน้อยกว่าหนึ่งนิ้ว (2.5 เซนติเมตร) ทางใต้สุดของประเทศภูมิอากาศ มีทั้งร้อน ร้อนชื้น มีฤดูหนาวปานกลาง ในภูมิภาคที่เป็นภูเขาจะมีฝนและมีหิมะเล็กน้อย ในหุบเขาจอร์แดนอากาศร้อนแห้ง และมีฤดูหนาวที่แสนสบาย ส่วนทางใต้ของประเทศค่อนข้างแห้งแล้ง มีอากาศอบอุ่นถึงร้อนในเวลากลางวัน และอากาศเย็นในเวลากลางคืน

พืชและสัตว์
อิสราเอลมีพืชและสัตว์เป็นจำนวนมากหลายชนิด เนื่องมาจากสถานที่ตั้งของประเทศซึ่งมีความหลากหลายของภูมิประเทศและภูมิอากาศ ในอิสราเอลมีนกมากกว่า 380 ชนิด มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตย์เลื้อยคลานกว่า 150 ชนิด และจำแนกพืชได้มากกว่า 3,000 ชนิด (โดยที่ 150 ชนิดเป็นพืชพื้นเมืองของอิสราเอล)? มีการสร้างอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติถึง 150 แห่ง ทั่วประเทศบนพื้นที่เกือบ 400 ตารางไมล์ (ประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร)

น้ำ
ความขาดแคลนน้ำในภูมิภาคนี้ทำให้เกิดความพายามอย่างจริงจังที่จะใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ที่สุด และมีการหาแหล่งน้ำใหม่ๆ อยู่เสมอ ในช่วงคริสตทศวรรษที่ 60 อิสราเอลเชื่อแหล่งน้ำจืดเข้าด้วยกัน เส้นเลือดใหญ่หรือระบบส่งน้ำแห่งชาติ ส่งน้ำจากทางเหนือลงมาทางภาคกลางและภาคใต้ที่แห้งแล้ง โครงการเพื่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพหลายโครงการยังดำเนินอยู่ รวมทั้งการทำฝนเทียม การนำน้ำเสียกลับมาใช้ประโยชน์ และการกลั่นน้ำจืดจากทะเล

ประชากร
อิสราเอลเป็นประเทศของผู้อพยพ นับตั้งแต่การก่อตั้งประเทศเมื่อ พ.ศ.2491 ประชากรของอิสราเอลเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า ประชากรกว่า 6 ล้านคนในปัจจุบันเป็นการผสมผสานกันของประชาชนที่มีเชื้อชาติ ภูมิหลัง วิถีชีวิต ศาสนา วัฒนธรรม และขนมธรรมเนียมประเพณีที่ต่างกัน ประมาณร้อยละ 79.2 ของประชากรทั้งหมดเป็นชาวยิว ที่เหลือนอกนั้นอีกร้อยละ 20.8 ส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับ

วิถีชีวิต
ประมาณร้อยละ 90 ของประชาชนอิสราเอลอาศัยอยู่ในเมืองที่ทันสมัยกว่า 200 แห่ง บ้างก็อยู่ในเขตเมืองโบราณในประวัติศาสตร์ ประมาณร้อยละ 5 จะอยู่ในชนบท โดยเป็นสมาชิกชุมชนสหกรณ์แบบพิเศษ ที่มีอยู่ 2 ประเภท คือ คิบบุตซ์ และโมชาฟ

เมืองสำคัญ
กรุงเยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล (ประชากร 633,000 คน) เป็นศูนย์กลางของชาติและศูนย์รวมจิตใจของชาวยิวมาตั้งแต่ครึ่งที่กษัตรยิ์เดวิดได้ทรงสถาปนาเมืองนี้เป็นเมืองหลวงเมื่อกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ในปัจจุบันกรุงเยรูซาเล็มเป็นมหานครที่เจริญรุ่งเรืองเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของอิสราเอลและเป็นที่ตั้งของรัฐบาล
นครเทล อาวีฟ (ประชากร 348,000 คน) ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2452 เป็นเมืองแรกของยุคนี้ที่มีพลเมืองเป็นชาวยิวล้วนๆ ปัจจุบันได้กลายมาเป็นศูนย์กลางของการอุตสาหกรรม การพาณิชย์ การเงินและวัฒนธรรมของประเทศ
ไฮฟา (ประชากร 265,000 คน) เป็นเมืองชายทะเลซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นทาเรือสำคัญด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์กลางการอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ในภาคเหนือของอิสราเอล
เบียร์ เชวา (ประชากร 163,000 คน) เป็นเมืองเก่าที่มีชื่อจารึกอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิลมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันนี้เป็นเมืองใหญ่ที่สุดทางใต้ของประเทศ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครอง เศรษฐกิจ สถาบันอนามัยการศึกษา และวัฒนธรรมของพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดด้วย

ระบอบการปกครอง
อิสราเอลเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใช้ระบบรัฐสภา อำนาจการปกครองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ
ประธานาธิดีเป็นประมุขของรัฐที่มีหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของพิธีการและทางการ ตำแหน่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีในชาติและอยู่เหนือการเมืองที่ใช้ระบบพรรคการเมืองสภาคเนสเซ็ท เป็นอำนาจนิติบัญญัติของอิสราเอล เป็นระบบสภาเดียว มีสมาชิกทั้งหมด 120 คน บริหารงานโดยผ่านการประชุมสภาที่มีคณะกรรมการธิการทั้งหมด 14 คณะ การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภามีขึ้นทุกๆ 4 ปี ตามระบบการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นทั่วประเทศ รัฐบาล (คณะรัฐมนตรี) มีหน้าที่บริหารกิจการภายในและการต่างประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำและรับผิดชอบร่วมกับสภาคเนสเซ็ท

การศึกษาและวิทยาศาสตร์
การศึกษาภาคบังคับของอิสราเอลอยู่ระหว่างอายุ 5-18 ปี ส่วนเด็กอายุประมาณ 3-4 ปี จะอยู่ในโครงการศึกษาก่อนวัยเรียน เฉลี่ยการเข้ารับการศึกษาของประชาชน คือ 12.1 ปี
มหาวิทยาในอิสราเอลมีหลายแห่งที่ให้การศึกษาแขนงต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ทั้งยังเป็นสถาบันวิจัยซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกวิทยาลัยต่างๆ เปิดสอนทั้งด้านวิชาการและอาชีวะ การวิจัยและการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และสาขาอื่นๆ ที่กระทำกันอย่างจริงจังและก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่งเป็นการชดเชยใหกับการขาดแคลนทรัพยากรทางธรรมชาติของอิสราเอล

สุขอนามัย
กฎหมายประกันสุขภาพแห่งชาติที่ประกาศใช้เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2538 ให้บริการทางการแพทย์อย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งให้การรักษาในโรงพยาบาลแก่ประชาชนชาวอิสราเอลทุกคน การบริการทางการแพทย์นี้อยู่ภายใต้การดูแลขององค์การด้านสาธารณสุข
ผู้หญิงจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 80 ปี ส่วนผู้ชายประมาณ 75.9 ปี อัตราการตายของเด็กทารกคิดเป็น 5.8 ของทารกที่เกิดทุกๆ 1,000 คน อัตราส่วนของแพทย์ต่อประชากรและจำนวนแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะโรคนั้นอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่พัฒนาแล้ว

แรงงานและประกันสังคม
อิสราเอลมีกฎหมายที่ปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง การดูแลผู้สูงอายุ การให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่มีแต่บิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว โครงการสำหรับเด็กและเยาวชน องค์กรรับเลี้ยงเด็ก การป้องกันและรักษาโรคพิษสุราเรื้อรังและยาเสพติด สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นบริการสำคัญที่รัฐมีให้เป็นรายบุคคลและครอบครัว
สถาบันประกันภัยแห่งชาติรับผิดชอบดูแลผู้ที่มีสัญชาติอิสราเอลทุกคน (รวมถึงบรรดาผู้อพยพ) การจัดหารายได้ในระดับต่างๆ การประกันการว่างงาน บำนาญของผู้สูงอายุ เงินเลี้ยงชีพผู้รอดชีวิต เงินสงเคราะห์มารดา เบี้ยเลี้ยงเด็ก เงินเสริมรายได้ ฯลฯ

เศรษฐกิจ
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
?94,100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
(รายได้ประชาชาติ?16,400 เหรียญสหรัฐต่อคน)
การส่งออก
สินค้าและการบริการ?35,000,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
การนำเข้า
สินค้าและการบริการ?43,200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรม
การอุตสาหกรรมของอิสราเอลจะเน้นด้านการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากการคิดค้นทางเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงอิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ วิทยาการการเกษตร โทรคมนาคม คอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ พลังงานแสงอาทิตย์ ขบวนการแปรรูปอาหารและเคมีภัณฑ์

เกษตรกรรม
ความสำเร็จทางการเกษตรของอิสราเอลเป็นผลจากการต่อสู้อันยาวนานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนและไม่เอื้ออำนวยในการเกษตร รวมทั้งการใช้น้ำที่มีจำนวนจำกัดอย่างคุ้มค่าบนดินแดนอันแห้งแล้ง ปัจจุบันนี้ การเกษตรของอิสราเอลมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 2.5 ของรายได้ประชาชาติ และร้อยละ 3.5 ของการส่งออก อิสราเอลสามารถผลิตอาหารมาเลี้ยงประชากรได้มากถึงร้อยละ 95 ของความต้องการทั่วประเทศ โดยมีการนำเข้าเมล็ดพันธุ์พืช น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ กาแฟ โกโก้ และน้ำตาลจากต่างประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนไม่มากนักหากจะเทียบกับการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของอิสราเอลไปต่างประเทศ

การค้าต่างประเทศ
อิสราเอลทำการค้ากับประเทศต่างๆ ใน 6 ทวีป ร้อยละ 55 ของสินค้านำเข้า และร้อยละ 37 ของสินค้าที่ส่งออกทั้งหมดเป็นการค้ากับประชาคมยุโรป ซึ่งได้มีการลงนามในการเปิดเขตการค้าเสรีเมื่อ พ.ศ.2518 และได้มีการทำสัญญาแบบเดียวกันนี้กับสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ.2528 การค้าที่ทำกับสหรัฐอเมริกาคิดเป็นร้อยละ 19 ของสินค้านำเข้า และร้อยละ 35 ของสินค้าส่งออกของประเทศ

วัฒนธรรม
จากประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันๆ ปี การรวมตัวกันของชาวยิวจากทั่วโลกกว่า 70 ประเทศ สังคมที่มีชุมชนหลายเชื้อชาติอยู่เคียงข้างกัน และการหลั่งไหลของวิทยาการจากต่างประเทศผ่านดาวเทียมและเคเบิลทำให้เกิดการพัฒนาทางวัฒนธรรมในอิสราเอล ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีส่วนประกอบจากการต่อสู้ที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นการแสดงออกทางวัฒนะรรมที่ใช้ศิลปะเป็นสื่อจึงมีหลากประเภทเช่นกัน ได้แก่ วรรณกรรม การละคร การแสดงดนตรี รายการวิทยุ โทรทัศน์ การบันเทิง ในรูปแบบต่างๆ พิพิธภัณฑ์ และห้องแสดงศิลปะ

ภาษาราชการของอิสราเอลคือ ฮีบรูว์ และอารบิค แต่ตามถนนหนทางจะได้ยินภาษาต่างประเทศอื่นๆ อีกหลายภาษา ฮีบรูว์เป็นภาษาที่ใช้ในพระคัมภีร์ไบเบิล มีใช้อย่างกว้างขวางทั่วไปในวรรณกรรมและพิธีกรรม การฟื้นฟูภาษาฮีบรูว์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้เริ่มมาประมาณหนึ่งศตวรรษ โดยเคียงคู่ไปกับการดำรงอยู่ของชาวยิวบนผืนแผ่นดินนี้?

 

เหตุการณ์สำคัญในพระคัมภีร์
ปีก่อนคริสตกาล
ราว 1850อับราฮัมเข้ามาในดินแดนคานาอัน
ราว 1850-1700อับราอัม - อิสอัค - ยาโคบ ในดินแดนคานาอัน
ราว 1700-1250 ลูกหลานยาโคบในอียิปต์
ราว 1250-1230 ลูกหลานอิสราเอลอพยพออกจากอียิปต์
พระบัญญัติพันธสัญญาที่ภูเขาซีนาย
ราว 1220-1200โยชัวนำประชากรอิสราเอลเข้ายึดครองแผ่นดินคานาอัน เวลาเดียวกันที่ประชาชนจากทะเลอพยพมาจากตะวันตก ตั้งถิ่นฐานตามชายทะเล เพราะเข้าอียิปต์ไม่ได้ พวกนี้คือ ชาวฟิลิสเทีย
ราว 1200-1025ยุคของผู้วินิจฉัย อิสราเอลตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินคานาอัน
ราว 1050ชาวฟิลิสเทียชนะชาวอิสราเอลที่อาเฟก เอลีสิ้นชีวิต
ราว 1040ประกาศกซามูเอล
ราว 1030-1010 ซาอูลเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล
ราว 1010-970 รัชสมัยจองกษัตริย์ดาวิด ซึ่งยึดกรุงเยรูซาเล็มราวปี 1000 และพิชิตชาว ฟิลิสเทีย ยุคนี้อาณาจักรอิสราเอลมีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุด
ราว 970-931 รัชสมัยกษัตริย์ซาโลมอน เมื่อสิ้นรัชกาล อาณาจักรอิสราเอลแตกแยก

รายชื่อกษัตริย์ของทั้งสองอาณาจักรในระยะนี้
อาณาจักรอิสราเอล (เหนือ) ก่อน ค.ศ.
1. 931-910เยโรโบอัม
2. 910-909นาดับ
3. 909-886บาอา
4. 886-885เอลาห์
5. ศิมรี (7 วัน)
6. 885-874อมรี-กรุงสะมาเรีย
7. 874-853อาหับ-อัสซีเรียเริ่มแผ่อำนาจมาทางตะวันตก
8. 853-852อาหัสยาห์ (แห่งอิสราเอล)
9. 852-841เยโฮรัม (แห่งอิสราเอล)
10. 841-814เยฮู
11. 814-798เยโฮอาหาส
12. 798-783ยอาช-เยโฮอาช (แห่งอิสราเอล)
13. 783-743เยโรโบอัม (ที่ 2) ประกาศกอาโมส-โฮเชยา
14. 743เศคาริยาห์
15. ซัลลูม
16. 743-738เมนาเฮม
17. 738-737เปคาหิยาห์
18. 737-732 เปคาห์
19. 732-724โฮเชยา
721 กรุงสะมาเรียถูกทำลาย
625 อัสซีเรียเสื่อมอำนาจ พระเจ้านาโบโปลัสสาร์ แห่งอาณาจักรบาบิโลน
612 กรุงนินะเวห์ถูกทำลาย
605 อัสซีเรียสิ้นอำนาจในการรบที่คาร์เคมิช

อาณาจักรยูดาห์ (ใต้)
1. 931-913เรโหโบอัม
2. 913-911อาบียาห์
3. 911-870อาสา
4. 870-848เยโฮซาฟัต
5. 848-841เยโฮรัม (แห่งยูดาห์)
6. 841อาหัส (แห่งยูดาห์)
7. 835-796โยอาช/เยโฮอาช (แห่งยูดาห์)
8. 796-781 อามาซิซาห์
9. 781-740อุสซียาห์ (อาซาริยาห์) ประกาศกอิสยาห์
10. 740-736โยธาม
11. 736-716อาหัส
12. 716-687เฮเคียาห์
13. 687-642มนัสเสห์
14. 642-640อาโมน
15. 640-609โยสิยาห์
16. 609เยโฮอาหาส
17. 609-598เยโฮยาคิม
18. 598เยโฮยาคีน/เยโคนียาห์
19. 598-587เศเดียาห์
587กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย
587-539 เนรเทศไปกรุงบาบิโลน
538 พระเจ้าไซรัสแห่งเปอร์เชียอนุญาตให้ชาวยิวอพยพกลับมาสร้างพระวิหาร
ที่กรุงเยรูซาเล็ม (520)
515 พระวิหารสร้างเสร็จ ยูเดียเป็นประเทศราชของอาณาจักรเปอร์เชีย มีมหาปุโรหิตเป็นผู้นำ
333 พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชพิชิตอาณจักรเปอร์เชีย ชาวยิวมาอยู่ในอำนาจปกครองของกรีก
323 พระเจ้าอเล็กซานเดอร์สิ้นพระชนม์ พวกยิวอยู่ในปกครองของพวกปโตเลมี จนถึงปี 198 ก.ค.ศ.
ราวปี 250เริ่มแปลพระคัมภีร์เป็นภาษากรีก สำหรับชาวยิวที่อเล็กซานเดรีย ซึ่งไม่รู้จักภาษาฮีบรู
198 ชาวยิวมาอยู่ในปกครองของพวกเซเลวซิต ซึ่งมีชัยต่อพวกปโตเลมี
175-163 พระเจ้าอันติโอคัส ที่ 4 พยายามบังคับให้ชาวยิวรับวัฒนธรรมกรีก ละทิ้งธรรมเนียมยิว
167 มัทธาธีอัสกับลูกๆ (มัคคาบี) ลุกขึ้นต่อต้าน
142 ชาวยิวได้รับอิสรภาพ
63 ปอมเปยึดกรุงเยรูซาเล็ม แคว้นยูเดียถูกผนวกกับอาณาจักรโรมัน
40 กรุงโรมตั้งเฮโรด (มหาราช) ชาวอิดูเม เป็นผู้ปกครองชาวยิว
27- ค.ศ.14พระจักรพรรดิออกัสตัสครองราชย์ที่กรุงโรม
20 เฮโรดเริ่มสร้างพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม
6-4 พระเยซูเจ้าทรงสมภพ ในรัชสมัยเฮโรด (ซึ่งสิ้นพระชนม์ ในปีที่ 4 ก.ค.ศ.)

ปีคริสตศักราช
ราวปี 10 นักบุญเปาโลเกิดที่ทาร์ซัส
14-37 รัชสมัยพระจักรพรรดิทีเบริอัส
15 คายาฟาสเป็นมหาปุโรหิต
26-36 ปอนทีอัส ปิลาต เป็นผู้สำเร็จราชการปกครองแคว้นยูเดีย
27-29 นักบุญยอห์น บัปติสต์ เทศนาให้ประชาชนกลับใจ เตรียมรับพระผู้ไถ่
28 พระเยซูเจ้าเริ่มออกเทศนา
30 พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์ เสด็จขึ้นสวรรค์พระจิตเสด็จลงมาเหนืออัครสาวก พระศาสนจักรเริ่มต้น
ราวปี 34 สเตเฟนถูกประหาร นักบุญเปาโลกลับไปมาเป็นศิษย์พระเยซูเจ้า
44 นักบุญยากอบ พี่ชายของนักบุญยอห์น ถูกประหารที่กรุงเยรูซาเล็ม
45-49 การเดินทางประกาศพระวรสารครั้งแรกของนักบุญเปาโล
49 ประชุมคณะอัครสาวกที่กรุงเยรูซาเล็ม (กจ 15)
49-52 การเดินทางประกาศพระวรสารครั้งที่สองของนักบุญเปาโล (ข้ามมายุโรปที่ฟิลิปปี)
54-58 การเดินทางประกาศพระวรสารครั้งที่สามของนักบุญเปาโล
54-68 พระจักรพรรดิเนโรครองราชย์ที่กรุงโรม
58 นักบุญเปาโลถูกจับที่กรุงเยรูซาเล็ม ถูกจำจองที่ซีซารียาห์ 2 ปี แล้วถูกส่งตัวไปกรุงโรม
61-63 นักบุญเปาโลถูกจองจำที่กรุงโรม (ถูกประหารในปี 64? หรือต่อมาภายหลังปี 67?)
64 กรุงโรมถูกเพลิงเผา พระจักรพรรดิเนโรเบียดเบียนคริสตชน
64 หรือ 65นักบุญเปโตรถูกประหารที่กรุงโรม
65 ชาวยิวก่อการจลาจล
69-79 รัชสมัยของจักรพรรดิเวสปาเซียน
70 จักรพรรดิติตัสทำลายกรุงเยรูซาเล็ม
81-96 รัชสมัยจักรพรรดิโดมิเซียน
95 การเบียดเบียนคริสตชน นักบุญยอห์นถูกเนรเทสไปที่เกาะพัทมอสหนังสือวิวรณ์
ราวปี 100 นักบุญยอห์น (อัครสาวก) มรณะ

ปฏิทินฮีบรู
ศักราชยิวตามธรรมเนียมถือว่าเริ่มตั้งแต่การสร้างโลก นับย้อนไป 3,760 ปี ก่อนคริสตศักราช ปีหนึ่งมี 12 เดือน เดือนหนึ่งมี 29 หรือ 30 วัน
1. เดือนตีชรี (Tishri)
มี 30 วันระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม
2.เดือนเฮวาน (Heshvan)
มี 29 วัน ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน
3.เดือนกีสเลฟ (Kislev)
มี 30 วัน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม
4.เดือนเตเวต (Tevet)
มี 29 วัน ระหว่างเดือนธันวาคม - มกราคม
5.เดือนเชวัต (Shevat)
มี 30 วัน ระหว่างเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์
6. เดือนอาดาร์ (Adar)
มี 30 วัน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม
7.เดือนนิสซาน (Nissan)
มี 30 วัน ระหว่างเดือนมีนาคม - เมษายน
8.เดือนอิยาห์ (Iyar)
มี 29 วัน ระห่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม
9.เดือนสีวัน (Sivan)
มี 30 วัน ระหว่างเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน
10.เดือนตามมูซ (Tammuz)
มี 29 วัน ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม
11.เดือนอับ (Ab)
มี 30 วัน ระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม
12.เดือนเออุล (Elul)
มี 29 วัน ระหว่างเดือนสิงหาคม - กันยายน

ทุกๆ 19 ปีจะมีเดือนที่ 7 สองครั้ง เพิ่มเดือนอาดาร์ที่สอง มี 30 วัน ปีตามจันทรคติของยิว สอดคล้องกับปีตามสุริยคติของปฏิทินเกรโกเรียน

?

คัดลอกจาก http://www.catholic.or.th/document/landholy/land4/land4.html?
Last Updated on Thursday, 07 May 2009 18:06
 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

กด Like ไว้ มีอะไรใหม่ เราแจ้งคุณก่อนใคร

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

สำรวจความเห็น

คุณดู GraceZone จากมุมไหนของโลก