Home สาระความรู้ทั่วไป ที่มาของการใช้ 1 สัปดาห์มี 7 วัน

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday2743
mod_vvisit_counterYesterday4568
mod_vvisit_counterThis week11579
mod_vvisit_counterThis month93402
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)5792588

Who's Online

We have 284 guests online

Alexa

ที่มาของการใช้ 1 สัปดาห์มี 7 วัน PDF Print E-mail

เคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมเราถึงใช้สัปดาห์มี 7 วัน ทำไมไม่ทำให้สอดคล้องกับเดือนในแต่ละเดือน หรือจำนวนวัน ใน 1 ปี เคยลองพยายามหาสมมุติฐานไปเรื่อย สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ หลักการของทฤษฏีวงรอบของจันทรคติ คือ ประมาณ 28-30 วันต่อ 1 รอบ

ต้นกำเนิด และที่มาทำไมต้อง 7 วัน


? ?? ?? ? จากการค้นคว้าหาข้อมูล พบว่า การใช้สัปดาห์มี 7 วัน มีมาตั้งแต่ยุคสุเมเรีย และบาบิโลน โดยมีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกว่า ว่าได้มีการกำหนดให้หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน เมื่อประมานปีที่ 2350 ก่อนคริสตศักราช (2350BC) โดยกษัตริย์ซาร์ก้อนที่หนึ่งแห่งนครอัคคาด (Sargon I, King of Akkad) ภายหลังจากที่ได้ยึดครองเมืองอูร์ (Ur) และเมืองอื่น ๆ ในคว้นซูเมอร์เรีย (Sumeria) ชื่อของกษัตริย์องค์นี้ และเมืองนี้มีการอ้างถึงในหนังสือคัมภีร์สูตรเรือนชะตาของอาจาร์ยประยูร ผมจะไปค้นคว้าเพิ่มเติม แล้วกลับมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป


? ?? ?? ? นอกจากเมืองอูร์จะเป็นต้นกำเนิดของการกำหนดให้สัปดาห์หนึ่งมีเจ็ดวันแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของการกำหนดให้หนึ่งชั่วโมงมี 60 นาทีด้วย เพราะในยุคนั้น ชาวซุเมอร์เรียนใช้ระบบเลขหลัก 60 ในการคำนวน (แทนการใช้ระบบทศนิยมในปัจจุบัน)

 

? ?? ?? ? ในยุคสมัยนั้น มนุษย์มี ความเชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล หรือเรียกว่า Geocentric ดวงอาทิตย์ และสิ่งต่างบนท้องฟ้าต่างโคจรรอบโลก และค้นพบว่ามีดาวเคราะห์ที่สามารถสังเกตุได้ด้วยตาเปล่า (naked eye planets) อยู่ 5 ดวง ซึ่งประกอบด้วย ดาวพุธ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ ดาวพฤหัส และดาวเสาร์ เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวฤกษ์ (Fix Stars) หรือกลุ่มดาวในจักรราศี และเมื่อรวมกับ ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ก็จะมีดาวบริวารของโลกทั้งสิ้น 7 ดวง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำไมสัปดาห์จึงมี 7 วัน จะเห็นได้จากชื่อที่ใช้เรียกในแต่ละวันยังคงมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับดาว หรือตามตำนานของเทพเจ้าประจำดาว ทั้ง 7



การเรียงลำดับของวันในสัปดาห์ (Order)



? ?? ?? ? และเมื่อค้นลึกลงไปอีก ก็เป็นที่น่าประหลาดใจและเหลือเชื่ออย่างยิ่งว่า จริงๆแล้วการเรียงวันในสัปดาห์ มีรากฐานมาจากโหราศาสตร์นั้นเอง


? ?? ?? ? เมื่อโลกเป็นสูตรกลางของจักรวาล โดยมีดาวทั้ง 7 ดวงที่โคจรอยู่รอบโลกนั้น ดาวก็ถูกจัดเรียงลำดับตามระบบปโตเลมี (Ptolemaic system) คือ เรียงจากดาวไกลสุดจากโลกมากที่สุดมายังดาวใกล้โลกมากที่สุด โดยใช้อัตราการโคจรรอบโลกเป็นตัววัด จึงได้การเรียงลำดับดังนี้ เสาร์ พฤหัส อังคาร อาทิตย์ ศุกร์ พุธ และจันทร์ ดังรูปที่แสดง

 

?

 

 

ptolemaicsystem-small.

 



? ?? ?? ? และจากนั้นให้แต่ละชั่วโมงมีดาวเป็นดาวประจำชั่วโมงอยู่ โดยเรียงลำดับตาม เสาร์ พฤหัส อังคาร อาทิตย์ ศุกร์ พุธ และจันทร์ ตามลำดับ และวนรอบไปเรื่อยๆ ซึ่งเรียกว่า ?Planetary Hour? ซึ่งก็คือ ระบบยามแบบสากล นั้นเอง

? ?? ?? ? Planetary Hour หรือ ยามแบบสากล เป็นวิธีการทำนายกาลชะตา (Horary) แบบหนึ่ง ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แล้วผมจะมาเล่าเพิ่มเติม ว่าน่าสนใจเพียงใด มีวิธีการทำนาย และการคำนวนอย่างไร

รูปที่แสดง ดาว 7 แฉก ตามยามแต่ละชั่วโมง (Heptagram of the week)


 

planetaryhourstar


? ?
? ?? ? ชั่วโมงแรกของรุ่งอรุณของวันที่ 1 เริ่มต้นที่ ดาวเสาร์ ให้ชื่อว่า "ชั่วโมงของเสาร์" ถัดไปชั่วโมงที่ 2 เป็น "ชั่วโมงของพฤหัส" ชั่วโมงที่ 3 เป็น "ชั่วโมงของอังคาร" ชั่วโมงต่อไป เป็น "ชั่วโมงของอาทิตย์", "ชั่วโมงของศุกร์", "ชั่วโมงของพุธ" และ "ชั่วโมงของจันทร์" ตามลำดับ??และเมื่อครบรอบ 7 ชั่วโมง ก็จะวนกลับมาที่ ?ชั่วโมงของเสาร์? ใหม่ เป็นวงรอบไปเรื่อยๆไม่รู้จบ

? ?? ?? ? ดังนั้นชั่วโมงที่ 25 หรือชั่วโมงที่ 1 ของวันที่ 2 ก็จะเป็น ?ชั่วโมงของอาทิตย์? และชั่วโมงที่ 49 หรือชั่วโมงที่ 1 ของวันที่ 3 คือ ?ชั่วโมงของจันทร์?

? ?? ?? ? และเมื่อเรียงลำดับชั่วโมงไปเรื่อย ครบทั้ง 7 วัน เราก็จะพบว่าชื่อของวันนั้น คือ ดาวที่ประจำของรุ่งอรุณในแต่ละวัน ดังนั้นจริงๆ แล้ววันแรกในสัปดาห์จะเริ่มต้นด้วย ?วันเสาร์? และถัดไปคือ วันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และ ศุกร์ ตามลำดับ


 

?



ชื่อวัน ใน 1 สัปดาห์ (The Names of the Days)

? ?? ?? ? การกำหนดชื่อวันในแต่ละสัปดาห์ในทุกชาติทุกภาษาจะตั้งชื่อให้เกี่ยวข้องกับ เทพเจ้าในตำนาน หรือมีความหมายตามดาวดาวทั้ง 7 แทบทั้งสิ้น สมัยแรกๆ จะให้วันเสาร์ (Saturday) เป็นวันแรกของสัปดาห์ ต่อมา ได้นับถือดวงอาทิตย์มากขึ้น จึงให้วันของดวงอาทิตย์ (Sun's day) เลื่อนอันดับ จากวันอันดับที่ 2 ของสัปดาห์ เป็นวันแรกของสัปดาห์แทน ทำให้วันเสาร์ กลายเป็นวันลำดับที่ 7 ของสัปดาห์ไปในที่สุด



วันอาทิตย์ (Sunday)
มีชื่อมาจากภาษาละติน ว่า "dies solis" หมายถึง "วันของดวงอาทิตย์" (Sun's day) เป็นชื่อวันหยุดของคนนอกศาสนา และต่อมา ถูกเรียกว่า "Dominica" (ภาษาละติน) หมายถึง "วันของพระเจ้า" (the Day of God) ต่อมา ภาษาที่มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน เช่น ฝรั่งเศส, สเปน, อิตาเลี่ยน ก็ยังคงใช้คำที่คล้ายกับรากศัพท์ดังกล่าว เช่น

? ภาษาฝรั่งเศส: dimanche;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: domenica;
? ภาษาสเปน: domingo
? ภาษาเยอรมัน: Sonntag;
? ภาษาดัทช์: zondag ทั้งหมดมีความหมายว่า "Sun-day"



วันจันทร์ (Monday)
มีชื่อมาจากคำว่า "monandaeg" หมายถึง "วันของดวงจันทร์" (The Moon's day) เป็นวันที่สองของสัปดาห์ ที่ตั้งขึ้นมา เพื่อสักการะ "เทพธิดาแห่งดวงจันทร์" (The goddess of the moon)

? ภาษาฝรั่งเศส: lundi;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: lunedi;
? ภาษาสเปน: lunes (มาจากคำว่า Luna หมายถึง "ดวงจันทร์")
? ภาษาเยอรมัน: Montag;
? ภาษาดัทช์: maandag ทั้งหมดมีความหมายว่า "Moon-day"



วันอังคาร (Tuesday)
? ?? ?เป็นชื่อเทพเจ้า Tyr ของชาวนอรเวโบราณ (The Norse god Tyr) ส่วนชาวโรมัน เรียกเป็นชื่อสำหรับเทพเจ้าสงคราม แห่งดาวอังคาร (the war-god Mars) ว่า "dies Martis"
? ภาษาฝรั่งเศส: mardi;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: martedi;
? ภาษาสเปน: martes
? ภาษาเยอรมัน: Diensdag;
? ภาษาดัทช์: dinsdag;
? ภาษาสวีเดน: tisdag


วันพุธ (Wednesday)
เป็นวันที่ตั้งเป็นเกียรติสำหรับ เทพเจ้า Odin ของชาวสวีเดน และนอรเวโบราณ ส่วนชาวโรมันเรียกว่า "dies Mercurii" สำหรับใช้เรียกเทพเจ้า Mercury (ประจำดาวพุธ)

? ภาษาฝรั่งเศส: mercredi;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: mercoledi;
? ภาษาสเปน: miercoles
? ภาษาเยอรมัน: Mittwoch;
? ภาษาดัทช์: woensdag


วันพฤหัสบดี (Thursday)
เป็นชื่อเทพเจ้า Thor ของชาวนอรเวโบราณ (The Norse god Thor) เรียกว่า "Torsdag" ส่วนชาวโรมัน เรียกเป็นชื่อสำหรับเทพเจ้า Jove หรือ Jupiter ซึ่งเป็นเทพเจ้า แห่งเทพทั้งปวง และเรียกวันนี้ว่า "dies Jovis" หมายถึง วันของ Jove (Jove's Day)

? ภาษาฝรั่งเศส: jeudi;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: giovedi;
? ภาษาสเปน: el jueves
? ภาษาเยอรมัน: Donnerstag;
? ภาษาดัทช์: donderdag ทั้งหมดมีความหมายว่า "วันสายฟ้า" (Thundar day)



วันศุกร์ (Friday)
? ?? ?เป็นชื่อเทพธิดา Frigg ของชาวนอรเวโบราณ (The Norse goddess Frigg) ภาษาเยอรมันเคยเรียกว่า "frigedag" ส่วนชาวโรมัน เรียกเป็นชื่อสำหรับเทพธิดา Venus ว่า "dies veneris"

? ภาษาฝรั่งเศส: vendredi;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: venerdi;
? ภาษาสเปน: viernes
? ภาษาเยอรมัน: Freitag;
? ภาษาดัทช์: vrijdag



วันเสาร์ (Saturday)
? ?? ?ชาวโรมันใช้เรียกเป็นชื่อสำหรับเทพเจ้า Saturn ว่า "dies Saturni" หมายถึง Saturn's Day.

? ภาษาฝรั่งเศส: samedi;
? ภาษาอิตาเลี่ยน: sabato;
? ภาษาสเปน: el sabado
? ภาษาเยอรมัน: Samstag;
? ภาษาดัทช์: zaterdag;
? ภาษาสวีเดน: Lordag
? ภาษาเดนมาร์คและนอรเว: Lordag หมายถึง "วันชำระล้าง" (Washing day)

?

ที่มา : www.mythland.org

?

 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

กด Like ไว้ มีอะไรใหม่ เราแจ้งคุณก่อนใคร

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

สำรวจความเห็น

คุณดู GraceZone จากมุมไหนของโลก